[How to] คิดอัตราผลตอบแทน (IRR) ของ "ประกันชีวิตสะสมทรัพย์"

Last updated: Dec 19, 2019  |  5323 จำนวนผู้เข้าชม  |  วางแผนออมเงิน วางแผนประกัน

[How to] คิดอัตราผลตอบแทน (IRR) ของ "ประกันชีวิตสะสมทรัพย์"

รูปแบบของประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์จะเป็นการผสมกันระหว่างการให้ความคุ้มครองชีวิตและการเก็บออมเงิน วางแผนดอทคอม จะพาทุกคนมาหัดคิดอัตราผลตอบแทน (IRR) ของ “ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์” ซึ่งต้องบอกกันก่อนว่า การคำนวณค่า IRR หรือ Internal Rate of Return นี้เป็นการมองผลประโยชน์ของประกันชีวิตสะสมทรัพย์เพียงแค่ด้านเดียว ในการเลือกแบบประกันนั้น เราจะต้องมองประโยชน์ของประกันเป็นสิ่งที่จะช่วยเราป้องกันความเสี่ยงและให้ความคุ้มครองด้วย

เพื่อให้เข้ากับยุด Thailand 4.0  วางแผน.com จะอธิบายวิธีคำนวณโดยใช้แอปพลิเคชั่นที่เรียกว่า อีซีแคลคูเลเตอร์ EZ Calculators ให้ทุกคนไปดาวน์โหลดแอปฟรีที่วงสีแดงตามรูปนี้ก่อนนะคะ



เมื่อเปิดแอป จะได้แอปคำนวณย่อยๆ อีกหลายแบบ ให้เลือกเข้าที่ IRR NPV Calculator



จะได้หน้าที่มีช่องให้กรอกตัวเลข ซึ่งเราสามารถเพิ่มลดช่องที่ต้องการกรอกข้อมูลได้ตาต้องการ กดเครื่องหมายลบสีแดงหน้าบรรทัดเพื่อลด หรือกดที่ Add Row ด้านบนมุมขวาเพื่อเพิ่ม



จะขอยกตัวอย่างแบบประกันของเมืองไทยประกันชีวิตที่ชื่อว่า ซุปเปอร์เซฟวิ่ง 14/7 และสมมติวันเริ่มทำประกันคือวันที่ 1 มกราคม 2562 โดยเราเป็นผู้ชายอายุ 35 ปี ชำระเบี้ยประกันปีละ 100,000 บาท เป็นเวลา 7 ปี รวม 700,000 (กำหนดที่ 100,000 ให้ใช้สิทธิลดหย่อนได้ 100,000 บาทแรกทั้งหมด)



หากชำระเบี้ย 100,000 บาท จะได้ทุนประกัน 459,770.11 บาท
ปลายปีที่ 1-7 รับเงินคืน 3%   ของทุนประกัน คือ 459,770.11 x 3% = 13,793.10
ปลายปีที่ 8-13 รับเงินคืน 5% ของทุนประกัน คือ 459,770.11 x 5% = 22,988.51
ปลายปีที่ 14 รับเงินคืน 135% ของทุนประกัน คือ 459,770.11x135% = 620,689.65
รวมรับเงินคืน 186%ของทุนประกัน คือ 459,770.11x 186% = 855,172.40 บาท



เราสามารถคำนวณได้ 2 วิธี คือ การใช้โปรแกรม Excel และการใช้แอป EZ Calculators โดยเริ่มจากการหาจำนวนเงินสุทธิที่เราต้องจ่ายในแต่ละปี โดยการกดเครื่องคิดเลขธรรมดาเพื่อหาค่า Cash Flow แต่ละปีมากรอกในตารางของแอป

ต้นปีที่ 1 เริ่มทำประกัน จ่ายเบี้ย 100,000 (กรณีเป็นการจ่ายให้จำนวนเงินเป็นติดลบ กรณีเป็นการรับเงิน ให้จำนวนเงินเป็นบวก)
เมื่อถึงงวดการชำระของปีที่ 2 จะเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เราได้เงินคืนครั้งแรก เราก็เอามาหักกลบลบหนี้ จะได้ -100,000+13,793.10 เท่ากับ ติดลบ 86,206.90

และคำนวณลักษณะเดียวกันนี้ไปทุกปี จะได้ตัวเลขยอดเงินจ่ายสุทธิเป็นตัวเลขในช่องสีเหลือง



จำนวนเงินสุทธิ Cash Flow 0 เท่ากับ ติดลบ 100,000
จำนวนเงินสุทธิ Cash Flow 1 เท่ากับ ติดลบ 86,206.90
จำนวนเงินสุทธิ Cash Flow 2 เท่ากับ ติดลบ 86,206.90
จำนวนเงินสุทธิ Cash Flow 3 เท่ากับ ติดลบ 86,206.90
จำนวนเงินสุทธิ Cash Flow 4 เท่ากับ ติดลบ 86,206.90
จำนวนเงินสุทธิ Cash Flow 5 เท่ากับ ติดลบ 86,206.90
จำนวนเงินสุทธิ Cash Flow 6 เท่ากับ ติดลบ 86,206.90
จำนวนเงินสุทธิ Cash Flow 7 เท่ากับ เป็นบวก 13,793.10
จำนวนเงินสุทธิ Cash Flow 8 เท่ากับ เป็นบวก 22,988.51
จำนวนเงินสุทธิ Cash Flow 9 เท่ากับ เป็นบวก 22,988.51
จำนวนเงินสุทธิ Cash Flow 10 เท่ากับ เป็นบวก 22,988.51
จำนวนเงินสุทธิ Cash Flow 11 เท่ากับ เป็นบวก 22,988.51
จำนวนเงินสุทธิ Cash Flow 12 เท่ากับ เป็นบวก 22,988.51
จำนวนเงินสุทธิ Cash Flow 13 เท่ากับ เป็นบวก 22,988.51
จำนวนเงินสุทธิ Cash Flow 14 เท่ากับ เป็นบวก 620,689.65


นำตัวเลขเงินจ่ายสุทธิในช่องเหลืองนี้มาใส่ในตารางของแอป IRR NPV Calculator โดยตัวเลขเมื่อเริ่มทำประกันให้เป็น Cash Flow ที่ 0 ไล่ลงมาเรื่อยๆ


กรณีที่เป็นจำนวนเงินสุทธิเป็นเงินจ่ายให้ติดลบด้วย ถ้าเป็นเงินรับ ให้เป็นบวก จนถึง Cash Flow ที่ 14 คือเงินที่จะได้รับคืนเมื่อกรมธรรม์ครบกำหนดอายุ



สัญญา  เมื่อกรอกตัวเลขยอดเงินสุทธิแต่ละปีครบแล้ว ให้กดที่ Calculator ด้านขวาล่าง จะมีคำตอบค่า IRR แสดงดังรูป ซึ่งได้ค่าเป็น 2.9516%

IRR หรือผลตอบแทนที่ได้จะเทียบคล้ายๆ กับเป็นอัตราดอกเบี้ยธนาคารหากเราเอาเงินที่จ่ายให้บริษัทประกันชีวิตไปฝากไว้ที่ธนาคาร แต่ถ้าฝากธนาคารจริง ยอดเงินดอกเบี้ยที่ได้รับจะต้องมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายอีก 15% ด้วย และการฝากเงินที่ธนาคารจะไม่มีการให้ความคุ้มครองเรื่องชีวิต หมายความว่าหากมีการเสียชีวิตในระหว่างปีแรกๆ ของการฝากเงิน เราก็จะได้แค่เงินที่เราฝากพร้อมดอกเบี้ยในช่วงเวลานั้นกลับคืน แต่หากเทียบกับการออมเงินที่ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ หากมีการเสียชีวิตเกิดขึ้น แม้จะมีการชำระเบี้ยไปเพียงปีเดียว คือ 100,000 แต่ก็จะมีความคุ้มครองให้ถึง 666,666 บาท ซึ่งอาจมีความหมายกับคนในครอบครัวที่เราอุปการะอยู่มากกว่าอัตราผลตอบแทนหรือดอกผลก็เป็นได้



การออมเงินในประกันชีวิตจึงมีผลประโยชน์ทั้งในรูปของผลตอบแทนที่คำนวณด้วยค่า IRR และความคุ้มครองชีวิตซึ่งเมื่อเราจากไปก็จะมีเงินก้อนคอยดูแลคนที่เรารักให้มีคุณภาพชีวิตที่ไม่แย่ลงไปกว่าเมื่อตอนที่เราดูแลด้วยตัวเอง

 

- เขียนโดย ณภัชชา พงศ์วัฒนกิจกุล ที่ปรึกษาการเงิน AFPT™ -



หากใครมีข้อสงสัย ต้องการสอบถามหรือปรึกษาเพิ่มเติม

ติดต่อ และ ติดตามอัพเดตเรื่องน่ารู้ทางการเงินกับพี่แผน ได้ทาง

วางแผน .com (wangpaan.com)
Line: @Wangpaan
Facebook: Wangpaan
Twitter: @Wangpaan
Youtube: Wangpaan

อย่าลืมกด Like, Follow และ Subscript จะได้ไม่พลาดข่าวสารสำคัญจากพี่แผนนะครับ

Powered by MakeWebEasy.com